ข่าวทั่วไป

หัวตักรถแบคโฮล้มตัดขา คนงานวัย 15 ปี เจ็บสาหัสคาบ่อบำบัดลึก

vois86 No Comments

ระทึก! รถแบคโฮล้ม คนงานวัย 15 ปีถูกบุ้งกี๋ทับตัดขาเจ็บสาหัสคาบ่อบำบัดลึก 6 เมตร เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 21.00 น. (18 พ.ค.) พ.ต.ท.พิทักษ์ เนินแสง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถแบคโฮล้ม ปลายบุ้งกี๋ทับคนงานมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดภายในโครงการก่อสร้าง ซอยบัวขาว 15 พัทยาใต้ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารถอุปกรณ์ตัดถ่างรีบไปตรวจสอบที่เกิด

ที่เกิดเหตุบริเวณข้างคอนโดฯ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำมีความลึกประมาณ 6 เมตร กว้าง 3 เมตร ยาวประมาณ 20 เมตร พบรถแบคโฮขนาดใหญ่ล้มคว่ำตะแคงข้างอยู่ปากบ่อ ตัวแขนของรถล้มเอียงลงไปค้ำอยู่กับพื้นด้านล่างของบ่อ ส่วนปลายบุ้งกี๋ทับที่ช่วงเข่าข้างซ้ายจนแหลกละเอียด และขาข้างขวาหัก ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นายเต๋า (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นอนร้องโอดครวญขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำผู้บาดเจ็บออกมาได้เนื่องจากบุ้งกี๋มีขนาดใหญ่ และด้วยน้ำหนักของตัวรถจึงได้ประสานขอรถเครนขนาดใหญ่เข้ากู้ตัวรถแบคโฮ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงรถเครนขนาดใหญ่เข้ากู้รถแบคโฮ โดยการยกบุ้งกี๋ขนาดใหญ่ที่ทับขาคนเจ็บขึ้น โดยใช้เวลาไม่นานก็สามารถยกแขนแบคโฮขึ้นได้ และนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ส่วนตัวคนขับรถแบคโฮไม่ยอมเปิดเผยถึงสาเหตุแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวพร้อมเชิญผู้ดูแลโครงการก่อสร้างไปสอบสวน

สอบถามกลุ่มคนงานที่อยู่ในโครงการก่อสร้าง เปิดเผยว่าก่อนเกิดเหตุนั้นผู้บาดเจ็บได้เทปูนอยู่ภายในบ่อบำบัดน้ำเสีย โดยมีรถแบคโฮใช้แขนหิ้วถังปูนขนาดใหญ่หย่อนลงไปในบ่อ แต่ด้วยน้ำหนักที่มากพอสมควร ทำให้รถแบคโฮ พลิกตะแคงล้มลงไปทับคนงานวัย 15 ปีที่อยู่ด้านล่างจนได้รับบาดเจ็บ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือดังกล่าว

เบื้องต้น พ.ต.ท.พิทักษ์ เนินแสง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ยังไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตามจะต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ หาสาเหตุและดำเนินคดีตามความผิดฐานต่างๆต่อไป

หนุ่มเลิกเมีย “ไลฟ์ผูกคอ” พยายามปลิดชีพหลายวิธี ครั้งนี้ตายสมความตั้งใจ

vois86 No Comments

หนุ่มเลิกเมีย “ไลฟ์ผูกคอ” พยายามปลิดชีพหลายวิธี ครั้งนี้ตายสมความตั้งใจ พี่สาวช็อกนอนอยู่ในบ้านไม่รู้เรื่อง

เมื่อเวลา 03.00 น. (18 พ.ค.) พ.ต.ท.สุคนธ์ สงสกุล สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งคนผูกคอเสียชีวิตที่บ้าน หมู่ 2 ต.บ้านโพธิ์ จึงไปตรวจสอบพร้อมกำลังฝ่ายสืบสวนแพทย์เวร รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช และมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี casino-viva3388.org

ที่เกิดเหตุบริเวณเพิงหน้าร้านขายของชำพบศพ นายอลงกรณ์ อายุ 35 ปี ใช้เศษผ้าผูกคอตัวเองติดกับคานหลังคาเพิงพัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำลงมาตรวจพิสูจน์ไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายและไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง ที่บนผ้าคลุมกันแดดใกล้กันมีโทรศัพท์ของผู้ตายต่อสายชาร์จแบตเตอรี่และเปิดไลฟ์เฟซบุ๊กวางอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม น.ส.อธิกัญญ์ อายุ 36 ปี พี่สาวผู้ตาย เล่าว่าน้องชายประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปมีครอบครัวอยู่ที่ จ.นนทบุรี อยู่กินกันมา 10 กว่าปีมีลูกด้วยกัน 2 คนและเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมาน้องชายได้ทะเลาะกับภรรยาถึงขั้นเลิกกันน้องชายพยายามงอนง้อขอคืนดี เนื่องจากน้องชายรักภรรยาและลูกแต่ภรรยาไม่ยอมคืนดีด้วย จึงกลับมาอยู่ที่บ้านและเกิดอาการเครียดมีอาการซึมเศร้า น้องชายบ่นให้ฟังว่าอยากตาย เคยจะกระโดดจากที่สูง พยายามกินยาฆ่าตัวตาย และจะผูกคอตายมาหลายครั้งตนและมารดาพยายามปลอบใจ

กระทั่งก่อนเกิดเหตุน้องชายได้ดื่มสุราอยู่หน้าบ้านจนดึกทุกคนจึงเข้านอนปล่อยน้องชายนั่งอยู่ที่หน้าบ้านเพียงลำพัง กระทั่งตีสองกว่ามีเพื่อนน้องชายโทรมาบอกว่าน้องไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กผูกคอตายอยู่หน้าบ้านจึงรีบออกมาดูก็พบว่าน้องชายเสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากความเครียดและน้อยใจที่ง้อขอคืนดีแต่ภรรยาไม่ยอมดีด้วยจึงตัดสินใจผูกคอตายโดยไลฟ์สดให้ภรรยาได้ดูว่าผูกคอตายจริง หลังจากชันสูตรอย่างละเอียด ญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

 

 

วิศวกรโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ลื่นตกลงไปในเครื่องจักร หมุนปั่นร่างเสียชีวิต

vois86 No Comments

(16 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.พิศุปกรณ์ น้อยปักษา ผกก.สภ.แม่เมาะ ว่าเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. สภ.แม่เมาะ ได้รับแจ้งขอให้เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุภายในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เนื่องจากมีผู้เสียชีวิต 1 ราย

จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง ก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับ พ.ต.ท.ยงศักดิ์ มาวงษ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.แม่เมาะ โดยจุดที่เกิดเหตุ เป็นจุดทำการทดสอบอุปกรณ์ Gas to Gas Heater ของระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ (FGD) ของโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 4-7 ที่กำลังก่อสร้าง พบผู้เสียชีวิตคือ Mr.Moharaj Kagamoopan วิศวกรชาวอินเดีย อายุประมาณ 34 ปี galaxyslotonline.net

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ทางบริษัท Eversendai Corporation ได้ทำการทดสอบอุปกรณ์ Gas to Gas Heater ของระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ (FGD) ของโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 4-7 อยู่นั้น มีวิศวกรและคนงานอยู่ในที่เกิดเหตุประมาณ 15 คน เมื่อทำการทดสอบระบบเครื่องได้เกิดติดขัด นาย Moharaj ผู้เสียชีวิต จึงได้เดินดูรอบๆ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุ แต่ระหว่างเดินนั้นได้เกิดลื่นไถล ร่างกระเด็นตกลงไปในเครื่องจักรที่กำลังหมุนทำงานอยู่ ทำให้ปั่นร่างของนาย Moharaj เสียชีวิตทันที โดยเพื่อนคนงานที่เห็นเหตุการณ์ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ทำได้เพียงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้กันพื้นที่ เพื่อทำการตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอย่างละเอียด จากนั้นจะต้องรายงานเรื่องไปยังสถานทูตอินเดียให้รับทราบต่อไป

หลังเกิดเหตุ ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยโดย นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ ในฐานะโฆษก ได้แจ้งข่าวและแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผ่านทางเฟซบุ๊กของ กฟผ.แม่เมาะ โดยกล่าวว่า ในการดำเนินงานได้มีมาตรการป้องกันและเตือนภัยตามมาตรฐานสากล รวมทั้งมีวิศวกรควบคุมให้มีการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานอย่างเคร่งครัดโดยให้ความสำคัญต่อชีวิตของบุคลากรที่เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ก่อสร้างเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น

“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งให้บริษัทฯ ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด และให้มีการดำเนินมาตรการความปลอดภัยต่างๆอย่างเข้มงวดรัดกุมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก” โฆษก กฟผ.กล่าว

สำหรับบริษัท Eversendai Corporation เป็นบริษัทรับเหมาช่วงก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 4-7 จากบริษัทผู้รับเหมาหลักในการซื้ออุปกรณ์และจ้างก่อสร้างโครงการฯ คือ The Consortium consisting of Alstom Power system SA, Alstom (Thailand) Ltd. and Marubeni Corporation หรือ AMC

นศ.วิศวะฆ่าตัวตาย มีดปักคอ-แทงอก-คว้านท้อง เพื่อน 5 คนอยู่ในบ้านไม่รู้เรื่อง

vois86 No Comments

นักศึกษาวิศวะปี 4 ฆ่าตัวตาย สภาพมีดปักคอ-แทงอก-คว้านท้อง เพื่อน 5 คนอยู่ในบ้านไม่รู้เรื่อง ช็อกตื่นมาพบศพ

(16 พ.ค.) เมื่อเวลา 08.10 น. พ.ต.ท.ยุทธภูมิ โพธิ์อุดม สว.สอบสวนสภ.ธัญบุรี รับแจ้งมีเหตุคนถูกฆ่าตาย ที่เกิดเหตุภายในบ้านเลขที่ 231/85 ซ.บัญชาอุทิศ ม.4 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.ธัญบุรี พ.ต.ท.บุญยิ่ง บัณฑิตไทย หัวหน้าพนักงานสอบสวนสภ.ธัญบุรี กำลังชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง แพทย์เวร รพ.ธัญบุรี อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์สูง 2 ชั้น ภายในห้องครัวพบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายลักษณะนอนหงาย ทราบชื่อต่อมาคืิอ นายศิริพงษ์ อายุ 24 ปี นักศึกษา ม.ราชมงคลธัญบุรี ชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมพอลิเมอร์ อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 8 ต.หนองหญ้าไทร อ.หนองหญ้าไทร จ.สุพรรณบุรี โดยที่ลำคอฝั่งซ้ายมีมีดทำครัวแทงติดคาอยู่ จากการชันสูตรเบื้องต้นพบมีบาดแผลถูกของมีคมแทงที่หน้าท้อง ลักษณะคว้านแผลยาวประมาณ 7.5 ซม. มีบาดแผลถูกแทงที่หน้าอกฝั่งซ้ายความลึกทะลุปอดถึงซี่โครง ข้างกันยังพบไอแพดตกอยู่ 1 เครื่อง กีต้าร์ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-6 ชม.

จากการสอบสวน นายพิชพัฒน์ อายุ 26 ปี รุ่นพี่ซึ่งจบการศึกษาไปแล้วแต่มีบ้านพักอาศัยอยู่ภายในซอยเดียวกันเปิดเผยว่า เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมายังพบผู้ตายยืนอยู่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งบ้านที่เกิดเหตุไม่ใช่ที่ผู้ตายเช่าอยู่ แต่เป็นบ้านที่เพื่อนรุ่นเดียวกันเป็นผู้เช่าซึ่งผู้ตายได้มาหาเพื่อนเพื่อพบปะพูดคุยและเล่นเกม กระทั่งรุ่งเช้ามีเพื่อนบ้านไปแจ้งตนเองจึงทราบว่ารุ่นน้องเสียชีวิต

ทางด้าน พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.ธัญบุรี เปิดเผยว่า สถานที่เกิดเหตุเป็นบ้านที่เพื่อนผู้ตายเช่าไว้และผู้ตายได้เดินทางมาเพื่อพบปะพูดคุยกับเพื่อน เบื้องต้น ผู้เสียชีวิตนั้นเป็นนศ.ชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมพอลิเมอร์ แต่ได้ดรอปการศึกษาไว้ จากการสอบสวนทราบว่าผู้เสียชีวิตนั้นเป็นโรคซึมเศร้า เครียดและยังรับยารักษาอยู่ที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา เพราะเกิดจากแฟนสาวได้เลิกรากันไป

ทั้งนี้ ผู้ที่มาพบเห็นเป็นเพื่อนที่ออกไปซื้อข้าวมารับประทานและจะเข้าไปเอาช้อนจานในครัว จึงพบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ภายในครัว โดยเพื่อนที่นอนบ้านหลังเดียวกันพบเห็นครั้งล่าสุดเวลาประมาณเที่ยงคืน ก่อนที่กลุ่มเพื่อน 5 คน จะแยกย้ายกันไปนอนและมาพบศพดังกล่าว

เบื้องต้น ได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุเพื่อใช้ประกอบคดี แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากการฆ่าตัวตายเพราะความเครียด อย่างไรก็ตามได้เชิญตัวเพื่อนนศ.ชายจำนวน 5 คน ไปสอบปากคำแต่ยังไม่พบพิรุธ และให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู นำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

คืบหน้า ฆ่ายกครัว 7 ศพชาวออสซี่ อดีตสามีคาด พ่อตาเป็นคนยิงหลาน

vois86 No Comments

พ่อของเด็ก 4 คน ที่ถูกสังหารยกครัวรวม 7 ศพ ระบุว่าผู้ลงมือสังหารโหดเป็นพ่อตาของตน ซึ่งเป็นตาแท้ๆ และพ่อของผู้เสียชีวิต เชื่อ วางแผนก่อเหตุมานาน นับเป็นเหตุสังหารหมู่ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 22 ปีของออสเตรเลีย

จากเหตุการณ์คดีสะเทือนขวัญ ฆาตกรรมยกครัว 7 ราย ได้แก่ นายปีเตอร์ ไมลส์ วัย 61 ปี, นางซีนดา ไมลส์ ภรรยาวัย 58 ปี นางแคทรินา ไมลส์ ลูกสาววัย 35 ปี และลูกของนางแคทรินาอีก 4 คน อายุระหว่าง 8-13 ปี บริเวณบ้านกลางพื้นที่ชนบท ใกล้แม่น้ำมาร์กาเร็ต ที่เมืองออสมิงตัน รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดวันที่ 13 พ.ค. 61 นายแอรอน ค็อกแมน อดีตสามีของนางแคทรินา ผู้เป็นพ่อของเด็กๆ ทั้ง 4 คนที่ถูกยิงเสียชีวิต ออกมากล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุยิง 7 ศพ อาจเป็นนายปีเตอร์ พ่อตาของเขา และเชื่อว่าไม่ได้เป็นอารมณ์ชั่ววูบ แต่นายปีเตอร์ได้วางแผนไว้นานแล้ว

‘คริส ดอว์สัน’ ผบ.ตร. รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ระบุว่า ได้รับแจ้งเหตุดังกล่าวจากชายคนหนึ่งตอนเวลา 05.15 น. ของวันที่ 11 พ.ค. จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุและพบเหตุที่น่าสลดดังกล่าว โดยในที่เกิดเหตุตำรวจพบปืนสามกระบอก ซึ่งตรวจสอบพบว่ามีนายปีเตอร์เป็นเจ้าของถูกต้องตามกฎหมาย

ตำรวจได้สันนิษฐานว่าหากนายปีเตอร์เป็นผู้ต้องหา คาดว่าหลังจากได้ยิงสมาชิกในครอบครัวทั้ง 6 คนแล้ว จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ ก่อนที่จะยิงตัวตายตาม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนสาเหตุที่เกิดขึ้นโดยยังไม่สรุปว่าใครเป็นผู้ลงมือสังหาร แรงจูงใจ พร้อมทั้งกล่าวว่าไม่ได้หาผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมจากคนนอก

ด้านนายค็อกแมน ผู้เป็นอดีตสามีของแคทรินา ระบุว่า ตนรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างยิ่งที่ถูกนายปีเตอร์และอดีตภรรยาสั่งห้ามพบหน้ากับลูกๆ ของเขาอีก 4 คน แต่พอมาเจอกับเหตุการณ์น่าสลดใจครั้งนี้ ความโกรธได้หายไปและกลายเป็นความโศกเศร้า

สำหรับเหตุยิง 7 ศพครั้งนี้ นับว่าเป็นเหตุการณ์สังหารหมู่สะเทือนขวัญครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 22 ปี นับตั้งแต่เหตุกราดยิงที่เมืองพอร์ตอาเธอร์ เมื่อปี 2539 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 35 ราย

 

 

ก.ยุติธรรมสั่งปิดร้านดังขอนแก่น “บ้านกรู” พบเด็กแอบไปเที่ยวเพียบ

vois86 No Comments

กระทรวงยุติธรรมสนธิกำลังหน่วยปฎิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เข้าตรวจสถานบันเทิง บ้านกรู กลางเมืองขอนแก่น พบนักเที่ยวอายุต่ำกว่า 20 ปี มากกว่า 140 คน ไม่พกบัตร 39 คน สั่งปิด 5 ปี

(12 พ.ค.) กระทรวงยุติธรรมและปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง พร้อมเจ้าหน้าที่การปกครอง จังหวัดขอนแก่น บุกจับสถานบันเทิง บ้านกรู (BANGRU) เมืองขอนแก่น พบนักเที่ยวกว่า 200 คน กำลังนั่งดื่มกิน กันอย่างสนุกสนาน

โดยเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวขอตรวจค้นพนักงานและนักเที่ยว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ สั่งให้เปิดไฟ พร้อมทำการตรวจปัสสาวะนักเที่ยวทั้งหมด ภายหลังการตรวจสอบพบนักเที่ยวไม่พกบัตร 39 คน อายุต่ำกว่า 20 ปี 142 คน และมีเด็ก อายุต่ำสุดอายุแค่ 14 ปี ร่วมอยู่ด้วย

นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวน และนิติการ กรมการปกครอง กล่าวว่า ได้รับการรองเรียนจากประชาชนว่า สถานที่ประกอบการแห่งนี้ได้มีการละเมิดกฎหมาย หลายอย่างมาก ทั้งปิดประมาณ ตี 4-5 ทุกวัน และปล่อยให้เด็กต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาเที่ยวจำนวนมาก

อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังทำการเย้ยกฎหมายเวลาที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจก็มีการวางสายสืบ ข่าวความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ พอเจ้าหน้าที่มาก็ให้เด็กที่อายุไม่ถึงออกไปก่อน พอเจ้าหน้าที่ตรวจเสร็จ ก็ปล่อยให้เด็กเข้ามา หรือหากรู้ว่าเจ้าที่จะเข้าตรวจก็ไม่ให้เด็กเข้าใช้บริการ โดยก่อนหน้านี้ได้ส่งสายลับ เข้ามาสืบจนได้ทราบว่าเปิดบริการยาวถึงตี 5 จึงเป็นที่มาของการเข้าจับกุมตรวจค้นในครั้งนี้

เบื้องต้นได้แจ้ง 5 ข้อหาหนัก ได้แก่ ตั้งสถานบริการไม่ได้รับอนุญาต, จำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด, จำหน่ายสุราให้กับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี, จำหน่ายเครื่องดื่มเเอลกอฮอร์ให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และยุยงส่งเสริมให้เด็กมั่วสุม

 

ไหนว่ารักกัน? เอเย่นต์ค้ายาทิ้งแฟนให้รับโทษแทน หนีเอาตัวรอดคนเดียว

vois86 No Comments

แม้จะโทรศัพท์ไปอ้อนวอนให้เข้ามอบตัวแต่ก็ไม่เป็นผล “ชาย วัดเกาะ” เอเย่นต์ค้ายา สงขลา ทิ้งแฟนไว้กับปืน และยาเสพติดจำนวนมาก ฝ่ายหญิงสุดช้ำถูกผู้ชายหลอกให้รับโทษแทนเป็นครั้งที่ 2

เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ ร่วมกับตำรวจปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 9 บุกเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ถนนศรีรัตนะ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังขยายผลกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดให้การซัดทอดว่า นายอัครปกรณ์ หรือ ชาย งามบุญริด อายุ 32 ปี ฉายา “ชาย วัดเกาะ” ใช้บ้านหลังดังกล่าว เป็นที่จำหน่ายยาเสพติด casino-viva3388.org

แต่ปรากฏว่า ขณะเข้าตรวจค้น “ชาย วัดเกาะ” ไหวตัวทัน กระโดดออกจากบ้านหลบหนีไปก่อน เพราะเห็นเจ้าหน้าที่จากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้บริเวณหน้าประตูบ้าน ปล่อยทิ้งให้ น.ส.สุชาดา อายุ 30 ปี แฟนสาวอยู่ในบ้านลำพัง

เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว น.ส.สุชาดา พร้อมตรวจค้นบ้าน พบยาไอซ์ 2 ถุง น้ำหนัก 6 กรัม ยาบ้า 3 เม็ด อุปกรณ์การเสพและถุงบรรจุซุกซ่อนอยู่ในห้องนอน อาวุธปืน 4 กระบอก โดยปืนลูกซองสั้น ถูกซุกซ่อนในห้องครัว ปืนลูกโม่ขนาด .22 ใส่ไว้ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ปืนยาวขนาด .22 อยู่ข้างซอกซ่อนอยู่หลังทีวี พร้อมกระสุนขนาดต่างๆ 24 นัด

จากการสอบสวน น.ส.สุชาดา ระบุว่า ของกลางเป็นของแฟนหนุ่ม ทางตำรวจจึงให้ น.ส.สุชาดา โทรไปหา นายอัครปกรณ์ แต่กลับได้รับคำตอบว่า “ให้ยอมรับผิดแทน และจะพยายามหาเงินมาช่วยเคลียร์คดีภายหลัง แต่ยังย้ำว่า รักและเป็นห่วงมาก”

แม้ว่าระหว่างที่พูดคุยโทรศัพท์นั้น น.ส.สุชาดา จะพยายามอ้อนวอนให้ นายอัครปกรณ์กลับมารับผิดมอบตัวกับตำรวจก็ตาม เพราะตนก็ไม่อยากติดคุก แต่ นายอัครปกรณ์ปฏิเสธ เอาตัวรอดเพียงคนเดียว

น.ส.สุชาดา เล่าว่า ตนถูกผู้ชายหลอกให้ต้องรับผิดชอบเรื่องค้ายาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยแฟนคนก่อนหน้านี้ ปล่อยให้ตนถูกตำรวจจับกุมจนต้องติดคุก เพิ่งพ้นโทษมาประมาณปีเศษ ก่อนมาคบหากับ นายอัครปกรณ์ ก็เจอกับเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอีก

อย่างไรก็ตาม แม้ น.ส.สุชาดา จะปฏิเสธว่าไม่ใช่เจ้าของยาเสพติดตัวจริง แต่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์และยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ น.ส.สุชาดา ยังรับสารภาพว่า เสพยาด้วย

เปิดใจยายเด็ก 9 ขวบ ไม่เอาผิดชายเพี้ยนชวนหลานไปเดินขอทาน

vois86 No Comments

จากกรณีอาสาจราจรสัตหีบ เดินตรวจความเรียบร้อยในงานวัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบเด็กเดินขอเงินผู้ที่มาทำบุญและท่องเที่ยวในงานวัดสัตหีบ จึงเข้าตรวจสอบ พบว่าเด็กถูกพามาจากกรุงเทพฯ และไม่ได้กินข้าวมา 3 วันแล้ว ก่อนจะจับกุมตัว นายสมศักดิ์ หรือ โก๊ะ อายุ 22 ปี ชายที่เด็กอ้างว่าเป็นคนพามา

ขณะที่ล่าสุด เด็กชายได้เดินทางกลับมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ โทรประสาน สน.บางซื่อ เพื่อติดต่อญาติมารับตัวน้องวัย 9 ปี ทราบชื่อคือ น้องวัน โดยมี นางสมนึก หรือ ยายแก้ว ยายของน้อง เดินทางไปรับตัวหลาน และสวมกอดเมื่อเห็นหน้าหลาน galaxyslotonline.net

ทีมข่าวเดินทางมายังบ้านพักของน้องวัน ซึ่งได้เจอกับป้าแก้ว ยายของน้อง โดยเล่าว่า น้องออกไปเล่นข้างนอกบ้านเป็นประจำ และหายออกบ้านไปหลายครั้งแล้ว ซึ่งครั้งแรกน้องหายไป 1 วัน ก่อนทราบภายหลังว่าได้เดินทางไปกับนายโก๊ะ จนล่าสุดหายไป 3 วัน โดยไปเจอตัวน้องที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีตำรวจเป็นคนโทรมาแจ้งว่า พบตัวน้องอยู่ที่สัตหีบ โดยสวมใส่เสื้อแดง กางเกงแดง สภาพมอมแมม ตนพบหลานก็รู้สึกตกใจ 

ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ พบว่ามี นายโก๊ะ เป็นคนพาน้องเดินทางไป แต่ลักษณะของนายโก๊ะ คล้ายสติไม่สมประกอบ เพราะไม่มีบ้านอาศัยอยู่ อีกทั้งชอบชักชวนเด็กๆ ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ตนเชื่อว่าน้องวันคงอยากไปเล่นน้ำ อยากเห็นทะเลจึงยอมไป ทั้งนี้วันที่น้องไปที่สัตหีบ น้องไม่ได้เดินขอเงินจากชาวบ้านตามที่นายโก๊ะบอก 

ยายแก้ว เล่าว่า ตนมีอาชีพเป็นพนักงานทำความสะอาด จึงไม่ได้ดูแลหลานตอนกลางวัน ซึ่งปกติน้องวัน จะวิ่งเล่นอยู่บริเวณละแวกแถวนี้ ไปใกล้สุดก็คือห้างฯ ใกล้บ้าน และเมื่อถึงช่วงค่ำ คนที่บ้านก็จะเป็นคนไปรับ เพราะน้องวันอ้างว่า พอเวลาถึงตอนค่ำ จะไม่กล้าเดินทางเข้ามาภายในซอยเพียงคนเดียว เพราะกลัวผี

อย่างไรก็ตาม ป้าแก้วยังบอกว่า หลังจากที่เจอกับนายโก๊ะ ก็ไม่รู้จะแจ้งความเอาผิดอะไร เพราะจากสภาพที่เห็นนายโก๊ะ ก็เป็นคนไม่ค่อยเต็ม ดังนั้นเมื่อได้หลานคืนแล้วก็ไม่คิดอะไร นอกจากนี้ จะให้น้องวันกลับไปเรียนที่โรงเรียนประจำที่จังหวัดชัยนาทเหมือนเดิม จะได้ไม่ออกมาซุกซนและทำให้คนที่บ้านเป็นห่วงแบบนี้อีก

โจรเคาะบ้านขโมยไก่ชน หลงเสน่ห์แม่ลูกอ่อนสาวสวย รุกปล้ำขืนใจ

vois86 No Comments

แม่ลูกอ่อนสาวสวยอยู่บ้านเลี้ยงลูกเพียงลำพัง กลางดึกมีคนมาเคาะบ้านบอกจะมาเอาไก่ชน แต่เห็นสาวสวยจึงเผลอคิดชั่ว ปลุกปล้ำหมายข่มขืน เจอตอบโต้สู้กลับเป็นแผลฉกรรจ์

(9 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเรื่องราวในโซเชียลมีเดียที่มีการแชร์ต่อแพร่หลาย กรณีของหญิงสาวสวยคนหนึ่งถูกโจรบุกขึ้นบ้าน เพื่อหวังจะขโมยไก่ชน ก่อนจะมีการต่อสู้กัน เนื่องจากโจรเปลี่ยนเป้าหมายและพยายามเข้ามาลวนลามกระทำชำเราหญิงสาวแทน

สำหรับกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา ได้รับแจ้งเหตุจากหญิงสาวรายหนึ่งในตำบลแม่ต๋า อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ว่าได้มีคนร้ายบุกรุกมาขโมยไก่ชนที่บ้านและเกิดการต่อสู้กัน เนื่องจากคนร้ายพยายามจะปลุกปล้ำขืนใจ จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น เป็นบ้านของนางจิรานุช อายุ 27 ปี เหยื่อผู้ประสบเหตุ ตรวจสอบภายในบ้านพบข้าวของกระจัดกระจายพังเสียหาย ที่เกิดจากการต่อสู้ นางจิรานุช เปิดเผยว่า เมื่อเวลา ประมาณ 00.30 น. ขณะที่ตนกำลังนอนอยู่ชั้นล่างของบ้านกับลูกสาววัย 8 เดือน ก็ได้ยินเสียงชายคนหนึ่งเรียกว่าจะขอเข้าไปภายในบ้านเพื่อมาเอาไก่ชน เพราะตนกับสามีเลี้ยงไก่ชนไว้ภายในบ้าน

แต่ในช่วงเวลาเกิดเหตุ สามีของตนออกไปทำธุระและไม่ได้กลับมาค้างที่บ้าน ตนจึงเปิดประตูให้ชายคนดังกล่าวเข้ามา เพราะนึกว่าเป็นคนรู้จักกับสามีที่วานให้มาเอาไก่ชน ชายคนดังกล่าวรูปร่างผอม สูงประมาณ 170 ซม. สีผิวเข้ม สวมเสื้อยืดสีกรมท่า กางเกงขายาว

หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็เดิมมาอุ้มไก่ชนออกไป ก่อนจะเหลียวมาหันมองตนและมุ่งตรงเข้ามาพยายามลวนลามปลุกปล้ำ ตนจึงต่อสู้ตอบโต้ทันที คนร้ายได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ส่วนตนก็ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายหลายจุด ก่อนคนร้ายจะอุ้มไก่ชนแล้ววิ่งหนีออกไปจากบ้าน ตนจึงรีบโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา เข้ามาช่วยเหลือ และติดตามตัวคนร้ายมาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เหยื่อผู้ประสบเหตุสามารถจดจำใบหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐานแล้ว จะได้เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

“เสี่ยหนู” เศรษฐีถูกหวยแจ็กพอต 34 ล้าน รถชนต้นไม้เสียชีวิต

vois86 No Comments

“เสี่ยหนู” เศรษฐีถูกหวยแจ็กพอต 34 ล้าน เมื่อปี 2551 รถชนต้นไม้เสียชีวิต


ร.ต.ท. ประสพโชค เอกนุ่ม พนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกได้รับแจ้งเหตุรถชนต้นไม้ ที่บริเวณถนนบ้านแพ้ว-คลองตัน หน้าวัดเจ็ดริ้ว จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ สีเงิน ทะเบียน กต 9494 นครปฐม ชนติดอยู่กับต้นสะเดาขนาดใหญ่ หน้ารถพังยับ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ นายวิชาญ หรือ เสี่ยหนู อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นคนนั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนขับคือนายบุญล้อม สุขสาคร อายุ 43 ปี อาการสาหัส โดยชาวบ้านในละแวกที่เกิดเหตุเผยว่า ได้ยินเสียงรถเบรกดังสนั่น จากนั้นได้ยินเสียงชนดังโครม เมื่อออกมาดูพบรถคันดังกล่าวชนกับต้นไม้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า รถขับมาถึงบริเวณคอสะพานโดยคนขับไม่ทันได้สังเกตว่า คอสะพานทรุดจึงไม่ได้เบรกชะลอความเร็ว ทำให้ล้อหน้าไปกระแทกคอสะพานจนรถเสียการทรงตัวไปชนกับต้นสะเดาข้างทาง ซึ่งจะได้สอบปากคำนายบุญล้อมผู้บาดเจ็บอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

สำหรับนายวิชาญ หรือ เสี่ยหนู อดีตเคยเป็นพ่อค้าขายผักที่ตลาดริมทางรถไฟ มหาชัย ที่ดวงดีถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 พร้อมแจ็กพอตได้เงินรางวัล 34 ล้านบาท เมื่อปี 2551 จากนั้นจึงเลิกขายผักและทำธุรกิจบ่อตกกุ้ง

เรื่องล่าสุด

คลังเก็บ

Tags

"ยิ่งลักษณ์" fanclub liverpool ข่าวด่วน ข่าววันนี้ ข่าวใหม่ คนขายกลับคำ คนยังตามติดเสี่ยงเลข คาสิโนออนไลน์ จ.ตาก ดวงเฮง! จุดธูปขอพรเจ้าที่! ชีวิตพลิก! ซีเกมส์ ซีเกมส์ล่าสุด ติดป้ายเลขดังคำชะโนด ถูกลอตเตอรี่ ทหาร-ตร. บาคาร่า บาคาร่าออนไลน์ บุกจับบ่อนไฮโล พรีเมียร์ลีก พลิกรวย 6 ล้าน ฟุตบอลทีมชาติ รอบโลกกีฬา รางวัลที่ 1 รับ 6 ล้านบาท รูเล็ต ลุงก่อสร้างถูกหวย 12 ล้าน สล็อตออนไลน์ สาวลูกสอง หมดทุกแผง หวย อ.คลองหลวง ออนไลน์ อ้างจำไม่ได้ขายลอตเตอรี่ 12 ล้านให้ใคร เผยซื้อเลขตามสูตรที่คิดค้นเอง เมจิก สกิน เรียนรู้ เล่นไฮโลให้ได้เงิน แฟนบอล แฟนบอลพรีเมียร์ลีก แฟนบอลลิเวอร์พูล แม่ค้าขายผักถูกรางวัลที่ 1 ชีวิต แม่ค้าเบื่อตอบ ไม่จบง่าย ไฮโลออนไลน์